BAD OR GOOD

posted on 24 Dec 2008 14:04 by suayngam

...เวลาฉันเสียใจ ฉันจะร้องไห้ ...

...เวลาดีใจก็จะยิ้มกว้างรับสิ่งดีๆที่ผ่านเข้ามา...

...เวลาโกรธ ฉันก็มักเปลี่ยนอากาศดีๆให้มีพายุเข้าอย่างเฉัยบพลันได้สบาย...

...เวลามีเรื่องตลกมากระตุกต่อมฮา ฉันก็จะหัวเราะแบบ"ใครจะทำไม ก็มันฮาดีนี่น่ะ"...

  ฉันก็เหมือนคนทั่วๆไปมีหูตาจมูกเช่นเดียวกับทุกคนแต่ทำไมต้องล้วนโหมกระหน่ำปัญหามาฉันรับอยู่คนเดียว

ทำเหมือนฉันเป็นถังขยะชนิดที่ 4 5 หรือ 6 ที่จะคอยแบกรับความรู้สึกและปัญหาต่างๆนาๆที่พากันทิ้งเข้ามา

เมื่อมีสุขก็มาช่วยกันเสพสุขฉันไปหมด ทีมีทุกข์ล่ะ หนีเที่ยวกันไปสุไหงโกลกกันหมด หายไปไม่เหลือล่องรอยให้

ตามไปเชคบัญชีเลย พอตัวมีปัญหาก็แจ้นให้ช่วย เห็นฉันเป็นพระเจ้าหรือไง ที่จะเป็นฝ่ายให้สิ่งดีๆและรับสิ่งร้ายๆ

มากินเป็นอาหารเช้าได้ตลอดเวลา ความอดทนทุกคนมี 100 เท่ากันและตอนนี้มันได้ถูกทำลายเรื่อยๆเหลือ 95

80  76  61 50 42 34 20 15 8 4 2 1 และ BANG!!! >[]< หมดเวลา พอกันที นางฟ้า ฉันจะแสดงให้รู้กันไป

เลยว่า"นรก"มีจริง ใครบอกว่าหญิงเรีบยร้อย นิสัยดี จะกลายเป็นคนเลวไม่ได้ หึ ! รู้ไว้ว่าฉันนี่แหละ .. .... .. ...

                                                                                                            .. .. ....นางมารร้ายตัวจริง. ... . ...

 

colors of the wind ...

posted on 24 Dec 2008 13:00 by suayngam

ใครๆก็ไม่สามารถเข้าใจว่าอากาศนั้นมีสีอะไร ก็ดั่งเช่นใจฉันที่ไม่มีใครหยั่งรู้ว่ามีสีอะไร บ้างสีแดงบ้างสีขาวบ้างสี

ชมพูบ้างสีเขียวบ้างสีฟ้าหรือบางทีก็เป็นสีดำได้เช่นกัน ... บางทีในวันๆหนึ่งอาจจะสังเกตได้ว่าคนบางคนมักจะ

สำคัญตัวเองผิดไป ว่าฉันนี่แหละคือคนที่เข้าใจเธอดีที่สุด ... แต่จะไปรู้อะไร นั่นแค่ภายนอกที่ให้เธอได้ชื่นชม

เป็นบุญตาเท่านั้นแหละ .... ข้างในฉันมีแต่ พระเจ้า และ ฉันที่รู้ว่ามันเป็นอย่างไร คึกคะนอง เกลียดชัง รักหลง

ชอบ เฉยๆ อยากตาย หรืออะไรก็ตาม มันเป็นไปตามที่ใจกำหนด รวมถึงสภาพสิ่งรอบกายด้วยเช่นกัน ถ้าเลวมาก็

เลวตอบ เชิ่ดมาก็เชิ่ดตอบ ดีมาก็ดีตอบ ใครจะทำไม ในเมื่อตอนนี้ฉันไม่มีอะไรจะเสียแล้ว ... ทุกสิ่งทุกอย่างล้วน

ทำให้แก้วใบๆหนึ่งที่ร้าวมานานได้แตกลง และสิ่งที่มากระทบกระแทกที่หลายแหล่จงจำและระวังตัวให้ดีว่า...เศษ

แก้วใบนี้จะพยายามให้ถึงที่สุด..เพื่อที่จะย้อนความดีความชั่วกลับไปเป็น 2 เท่า ไม่เชื่อก็คอยดู

.... จงเชื่อไว้ว่า ฉันคนนี่ จะพยายามให้ถึงที่สุด แม้ว่าจะพยายามครั้งที่ 100 ก็ดีกว่าคิดท้อถอยก่อนที่จะทำ .....

นานแล้วที่รู้สึกว่าตนอ่อนแอ .. ถูกเหยียบย้ำจนไม่มีอะไรดี ก็เพราะ ...

*-เพื่อน...คอมแทงข้างหลังตลอดเวลา ใส่ร้ายป้ายสีจนเละไม่มีอะไรดี นินทาแบบน้ำไหลไฟดับ รีดผลประโยชน์

ที่สามารถเอาไปเป็นหน้าเป็นตาตัวเองอย่างหน้าไม่อายไปทุกอย่าง ทั้งที่ไม่เคยทำอะไรให้เขาเดือดร้อนหรือเป็น

เคืองต่อกัน..ไม่เคย..แต่สิ่งที่ได้รับกลับมานั้น...คือเพื่อนที่สันดานไม่เคยขัดเกลา

*-เพื่อน..ทีปากบอกรักนักรักหนา ล้วนอนิจจัง... ดีแต่ปากทั้งนั้น...คบเพราะผลประโยชน์ที่รอข้างหน้า....ถ้าถาม

"มีคนเอาปืนมาจ่อหัว เพื่อนคนไหนมันจะออกมารับชะตากรรมแทน"คำตอบของเพื่อนทุกคนมันตะกุกตะกักติด

อยู่ที่ปาก ใบ้กินกันพร้อมเพรียง บอกไม่ได้พูดไม่ออก แต่พอพวกเพื่อนมีปัญหาเมื่อไหร่ วิ่งแจ้นมาให้แก้ทันที

ไม่ถามสักคำว่าอยากทำไหม พอเราไม่สามารถ จะพูดเสมอ "เธอเคยทำอะไรให้เราสักอย่างมั้ย" หรือไม่ก็

เวลาเราไม่รู้เวลาที่มันถามมาก็จะพูดมาดั่งคนมีหัวไว้ให้ผมขึ้นเฉยๆ "เคยรู้อะไรบ้างไหม" อยากจะบอกเหมือน

กันว่า "อย่างน้อยก็รู้มากกว่าเธอแล้วกัน" พูดไม่เคยส่องกระจกดูตัวเอง บ้านยากจน หรือ พ่อแม่ไม่เคยใส่ใจซื้อ

กระจกให้ลูกส่องดูสภาพตัวเองรึไง... ถ้าฉลาดนักแล้วมาถามทำซอสมะเขือเทศทำไม ...

*-เพื่อน...ที่คอยร่วมสุข ถ้าจะพูดให้ถุกคือ ร่วมทุกข์ร่วมสุข แต่พวกนี้ค่อนข้างไปทางร่วมสุขอย่างเดียว สไตล์

นอนกระดิกนิ้วเท้าดูทีวีอยู่บ้านในวันเสาร์อาทิตย์ ในขณะที่ยังมีเด็กสาวที่น่าสงสารทำงานการบ้านอันมากล้น

และมหาศาลอยู่เพียงผู้เดียว ร่างสูบผอม ท่านผู้ให้กำเนิดก็ได้แต่น้ำตาคลอเบ้านั่งดูลูกตัวเองอย่างเศร้าใจ

ที่ไม่สามารถช่วยอะไรได้ ..."กินข้าวจ๊ะ" เสียงที่ฟังมาตั้งแต่เด็กของเด็กสาวผู้นั้น "ไม่เป็นไรค่ะ หนูขอทำงาน

ก่อน เพราะมันจะไม่เสร็จเอา " ความหวังดีที่อยากให้เพื่อนได้รับสิ่งดีๆของตน แบ่งปันแม้กระทั่งความสุขและ

สุขภาพของตนทำงานจนไม่ได้ผักผ่อน เอาจนตะวันตกดินและสายแสงเลยทีเดียว รุ่งขึ้น "จะลดความอ้วน

หรือไง ผอมเชียว น่าเกลียดไม่มีใครเขาสนเธอหรอก ฮ่าๆ แล้ว...ไหนงานล่ะ ถ้าไม่สวยไปทำใหม่นะย๊ะ.."

นี่หรอกหรอที่เรียกว่า "เพื่อน" เด็กสาวผู้นั้นได้แต่ยืนเศร้ากับคำพูดของเพื่อนที่มากระแทกหน้าของเธอ

เมื่อเข้าชั้นเรียน ครูชมว่า ผลงานของกลุ่มเด็กสาวนั้นสวย เพื่อนที่แสนดีของเธอได้ลุกขึ้นและเอ่ยปากอย่าง

คนหน้าไม่อายว่า "ขอบคุณค่ะ นี่หนูตั้งใจทำมากเลยนะค่ะ.." "พูดมาได้ไม่อายปาก"เสียงของกระซิบของเพื่อนๆ

ที่เห็นใจเด็กสาวผู้นั้น "ไม่เอาน่า"เด็กสาวยังคงคิดในแง่ดี นี่เป็นแค่เรื่องราวเริ่มต้น ....แต่ก็แสดงได้แน่ชัดว่า

 นี่หรือ "เพื่อน"

 .... วันใดวันหนึ่ง...ที่ความอดทนถึงขีดสุด....เพื่อนที่แสนดีพวกนั้นจะได้บัตรเชิญเข้าร่วมสมาคม

"ลงแช่กระทะทองแดง" หรือไม่ก็การแข่งขัน "ปีนต้นงิ้ว เลือดสาด~แห่งชาติ"แน่ๆ